วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

ตัวอักษรในภาษาญี่ปุ่น(มีเสียง)

ในระบบการเขียนของภาษาญี่ปุ่นมีการใช้ตัวอักษรร่วมกัน 3 ชุด คือ
  1. ตัวอักษรฮิรางานะ(平仮名・ひらがな) 
  2. ตัวอักษรคาตาคานะ(片仮名・カタカナ)
  3. ตัวอักษรคันจิ(漢字)
ตัวอักษรฮิรางานะ(平仮名・ひらがな)
ใช้สำหรับเขียนคำในภาษาญี่ปนที่ไม่สามารถเขียนเป็นตัวคันจิได้ และคำช่วย
มีด้วยกันทั้งหมด 46 ตัว โดยตัวอักษร 1 ตัวจะใช้แทนเสียง 1 พยางค์ ดังตารางต่อไปนี้
(สามารถกดเพื่อฟังเสียงได้)












นอกจากตัวอักษรในตารางข้างต้นแล้ว
ยังมีการเติม "เตนเตน" (ขีดสองขีด) กับ "มารุ" (วงกลม) ด้านขวาบนของตัวอักษรในบางวรรค
ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรเสียงขุ่น ดังตารางต่อไปนี้
(สามารถกดเพื่อฟังเสียงได้)





และนอกจากการเติม "เตนเตน" (ขีดสองขีด) หรือ "มารุ" (วงกลม)
ยังมีการเติม ゃ,ゅ,ょต่อท้ายตัวอักษรบางตัวในแถวเสียง "อิ" ของทัั้งสองตารางก่อนหน้า
ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรเสียงควบ ดังตารางต่อไปนี้
(สามารถกดเพื่อฟังเสียงได้)












ตัวอักษรคาตาคานะ(片仮名・カタカナ)
ใช้สำหรับเขียนคำยืมจากภาษาต่างประเทศ ที่ไม่ใช่คำจากภาษาจีน
มีด้วยกันทั้งหมด 46 ตัว โดยตัวอักษร 1 ตัวจะใช้แทนเสียง 1 พยางค์ ดังตารางต่อไปนี้
(สามารถกดเพื่อฟังเสียงได้)











นอกจากตัวอักษรในตารางข้างต้นแล้ว
ยังมีการเติม "เตนเตน" (ขีดสองขีด) กับ "มารุ" (วงกลม) ด้านขวาบนของตัวอักษรในบางวรรค
ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรเสียงขุ่น เช่นเดียวกันกับตัวอักษรฮิรางานะ ดังตารางต่อไปนี้
(สามารถกดเพื่อฟังเสียงได้)





และนอกจากการเติม "เตนเตน" (ขีดสองขีด) หรือ "มารุ" (วงกลม)
ยังมีการเติม ゃ,ゅ,ょต่อท้ายตัวอักษรบางตัวในแถวเสียง "อิ" ของทัั้งสองตารางก่อนหน้า
ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรเสียงควบ เช่นเดียวกันกับตัวอักษรฮิรางานะ ดังตารางต่อไปนี้
(สามารถกดเพื่อฟังเสียงได้)











ตัวอักษรคันจิ (漢字)
เป็นตัวอักษรภาพที่ยืมมาจากจีน โดยตัวอักษร 1 ตัว จะใช้แทนคำ 1 ความหมาย เช่น
  • 人 แทนคำว่า "คน"
  • 犬 แทนคำว่า "สุนัข"
  • 木 แทนคำว่า "ต้นไม้"
  • 水 แทนคำว่า "น้ำ"
  • 月 แทนคำว่า "ดวงจันทร์"
การอ่านตัวอักษรคันจิ
สามารถอ่านได้ทั้งแบบญี่ปุ่น (คุงโยมิ) โดยจะเป็นเสียงคำดั้งเดิมในภาษาญี่ปุ่น
และแบบจีน (องโยมิ) โดยจะไปพ้องเสียงกับคำในภาษาจีน เช่น
  • 人 อ่านแบบญี่ปุ่นได้ว่า ひと อ่านแบบจีนได้ว่า じん หรือ にん
  • 犬 อ่านแบบญี่ปุ่นได้ว่า いぬ อ่านแบบจีนได้ว่า けん
  • 木 อ่านแบบญี่ปุ่นได้ว่า き     อ่านแบบจีนได้ว่า もく หรือ ぼく
  • 水 อ่านแบบญี่ปุ่นได้ว่า みず อ่านแบบจีนได้ว่า すい

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บทที่ 2-5 : คำกริยานุเคราะห์ในภาษาญี่ปุ่น (2)

9. ~ます

รูปแบบการใช้
คำกริยากลุ่มที่ 1 (ผันตัวท้ายเป็นเสียงสระอิ) + ます
คำกริยากลุ่มที่ 2 (ตัด る) + ます
คำกริยากลุ่มที่ 3 する เปลี่ยนเป็น します 
คำกริยากลุ่มที่ 3 くる เปลี่ยนเป็น きます
คำกริยารูปสามารถ (ตัด る) + ます

ความหมายในการใช้
ทำให้คำกริยาอยู่ในรูปสุภาพ

ตัวอย่างการใช้
コンビニに行きます
(ฉัน)จะไปร้านสะดวกซื้อ

彼は家を買います
เขาจะซื้อบ้าน

会社で働いています
(ฉัน)กำลังทำงานอยู่ที่บริษัท

あの人は速く泳げます
คนคนนั้นสามารถว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็ว



10. ~ません

รูปแบบการใช้
คำกริยากลุ่มที่ 1 (ผันตัวท้ายเป็นเสียงสระอิ) + ません
คำกริยากลุ่มที่ 2 (ตัด る) + ません
คำกริยากลุ่มที่ 3 する เปลี่ยนเป็น しません
คำกริยากลุ่มที่ 3 くる เปลี่ยนเป็น きません
คำกริยารูปสามารถ (ตัด る) + ません

ความหมายในการใช้
ทำให้คำกริยาอยู่ในรูปปฏิเสธแบบสุภาพ

ตัวอย่างการใช้
分かりません
ไม่เข้าใจ

できません
ทำไม่ได้, ไม่สามารถทำได้

お金がありません
ไม่มีเงิน



11. ~ました

รูปแบบการใช้
คำกริยากลุ่มที่ 1 (ผันตัวท้ายเป็นเสียงสระอิ) + ました
คำกริยากลุ่มที่ 2 (ตัด る) + ました
คำกริยากลุ่มที่ 3 する เปลี่ยนเป็น しました
คำกริยากลุ่มที่ 3 くる เปลี่ยนเป็น きました
คำกริยารูปสามารถ (ตัด る) + ました

ความหมายในการใช้
ทำให้คำกริยาอยู่ในรูปอดีตแบบสุภาพ

ตัวอย่างการใช้
この事を勉強しました
(ฉัน)ได้ศึกษาเรื่องนี้มาแล้ว

料理を食べました
(ฉัน)รับประทานอาหารแล้ว

終わりました
(มัน)จบแล้ว



12. ~ませんでした

รูปแบบการใช้
คำกริยากลุ่มที่ 1 (ผันตัวท้ายเป็นเสียงสระอิ) + ませんでした
คำกริยากลุ่มที่ 2 (ตัด る) + ませんでした
คำกริยากลุ่มที่ 3 する เปลี่ยนเป็น しませんでした
คำกริยากลุ่มที่ 3 くる เปลี่ยนเป็น きませんでした
คำกริยารูปสามารถ (ตัด る) + ませんでした

ความหมายในการใช้
ทำให้คำกริยาอยู่ในรูปปฏิเสธอดีตแบบสุภาพ

ตัวอย่างการใช้
薬を飲みませんでした
(ฉัน)ไม่ได้ทานยา

昨夜、寝ませんでした
เมื่อคืน(ฉัน)ไม่ได้นอน



13. ~ましょう

รูปแบบการใช้
คำกริยากลุ่มที่ 1 (ผันตัวท้ายเป็นเสียงสระอิ) + ましょう
คำกริยากลุ่มที่ 2 (ตัด る) + ましょう
คำกริยากลุ่มที่ 3 する เปลี่ยนเป็น しましょう
คำกริยากลุ่มที่ 3 くる เปลี่ยนเป็น きましょう

ความหมายในการใช้
ทำให้คำกริยาอยู่ในรูปชักชวนแบบสุภาพ

行きましょう
ไปกันเถอะ

遊びましょう
มาเล่นกันเถอะ

やりましょう
ทำกันเถอะ



สรุป
ます, ません, ました, ませんでした, ましょう
ทั้งหมดนี้ใช้เติมหลังคำกริยาทำให้อยู่ในรูปสุภาพ
โดย ます ใช้สื่อถึงสื่งที่จะทำในปัจุบัน และอนาคต
ません ใช้ปฏิเสธการกระทำในปัจจุบัน และอนาคต
ました ใช้สื่อถึงสิ่งที่ทำลงไปแล้วในอดีต
ませんでした ใช้สื่อถึงสิ่งที่ไม่ได้ทำในอดีต
ましょう ใช้ในการชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมทำกริยานั้นๆ

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บทที่ 2-5 : คำกริยานุเคราะห์ในภาษาญี่ปุ่น (1)

คำกริยานุเคราะห์ (助動詞・じょどうし)
หมายถึง คำที่ใช้วางต่อท้ายคำอื่น เพื่อเป็นการเปลี่ยนความหมาย แสดงทัศนคติ หรือมุมมองความคิดเห็นของผู้พูดที่มีต่อเนื้อความนั้น

1. ~だ

รูปแบบการใช้
คำนาม + だ
คำคุณศัพท์ な + だ
คำกริยานุเคราะห์อื่น + だ

ความหมายในการใช้
ผู้พูดมีความมั่นใจ และลงความเห็นว่าเป็นเช่นนั้น

ตัวอย่างการใช้
これがレクイエムだ!!
นี่คือเรเควียมยังไงล่ะ!!

犯人はお前だ!!
คนร้ายก็คือแกนั่นแหละ!!

これだけ幸せだ
แค่นี้ก็มีความสุขแล้วล่ะ



2. ~です

รูปแบบการใช้
คำนาม + です
คำคุณศัพท์ + です
คำกริยานุเคราะห์อื่น + です

ความหมายในการใช้
ใช้เป็นรูปสุภาพของ ~だ
 


3. ~だった

รูปแบบการใช้
คำนาม + だった
คำคุณศัพท์ な + だった
คำกริยานุเคราะห์อื่น + だった

ความหมายในการใช้
สิ่งที่พูดมานั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และจบไปแล้ว

ตัวอย่างการใช้
彼は先生だった
เขาเคยเป็นอาจารยฺ์

あの時は大変だった
ตอนนั้นเคยลำบาก

昨日、病気だった
เมื่อวานไม่สบายน่ะ



4. ~でした

รูปแบบการใช้
คำนาม + でした
คำคุณศัพท์ な + でした
คำกริยานุเคราะห์อื่น + でした

ความหมายในการใช้
ใช้เป็นรูปสุภาพของ ~だった



5. ~だろう

รูปแบบการใช้
คำนาม + だろう
คำกริยารูปทั่วไป + だろう
คำคุณศัพท์ + だろう

ความหมายในการใช้
ผู้พูดมีความลังเลไม่แน่ใจว่าเป็นเช่นนั้น
โดยถ้าขึ้นเสียงสูงจะเป็นการถามความเห็นของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการตรวจสอบ

彼は新しい会社員だろう
เขาคงเป็นพนักงานบริษัทคนใหม่ล่ะมั้ง

今日は彼女が来ないだろう
วันนี้เธอคงไม่มามั้ง

大丈夫だろう?
ไม่เป็นไรใช่มั้ย?



6. ~でしょう

รูปแบบการใช้
คำนาม + でしう
คำกริยารูปทั่วไป + でしょう
คำคุณศัพท์ + でしょう

ความหมายในการใช้
ใช้เป็นรูปสุภาพของ ~だろう



7. ~まい

รูปแบบการใช้
คำกริยารูป Dict. + まい
คำกริยารูป ます + まい
คำกริยารูป ます (ตัด ます) + まい

ความหมายในการใช้
ผู้พูดไม่มีความตั้งใจ หรือไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น
ตรงข้ามกับ ~だろう ที่ผู้พูดมีความคิดว่าเป็นเช่นนั้น แต่ไม่แน่ใจ

ตัวอย่างการใช้
あのレストランに行くまい
ไม่มีความคิดที่จะไปร้านนั้น

簡単に勝ちますまい
คงจะเอาชนะไม่ได้ง่ายๆหรอก

あなたは分かりまい
เธอคงไม่เข้าใจหรอก



8. ~ない

รูปแบบการใช้
คำนาม + では ่หรือ じゃ + ない
คำกริยากลุ่มที่ 1 (ผันตัวท้ายเป็นเสียงสระอะ) + ない
คำกริยากลุ่มที่ 2 (ตัด る) + ない
คำกริยากลุ่มที่ 3 する เปลี่ยนเป็น しない
คำกริยากลุ่มที่ 3 くる เปลี่ยนเป็น こない
คำคุณศัพท์ い (เปลี่ยน い เป็น く) + ない
คำคุณศัพท์ な + では หรือ じゃ + ない

ความหมายในการใช้
ผู้พูดปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น หรือไม่กระทำเช่นนั้น

ตัวอย่างการใช้
学生じゃない
ไม่ได้เป็นนักเรียนนะ

分からない
ไม่เข้าใจ

たべない
ไม่กิน

明日、学校に行かない
พรุ่งนี้ไม่ไปโรงเรียนนะ

美味しくない
ไม่อร่อยอะ

すきじゃない
ไม่ชอบ

เพิ่มเติม
~ではない มีรูปสุภาพคือ ~ではありません
~じゃない มีรูปสุภาพคือ  ~じやありません
~ない มีรูปสุภาพคือ ~ないです
ในภาษาพูดบางครั้งอาจใช้ ~ん แทน ~ない
เช่น 分からん ไม่เข้าใจ

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563

บทที่ 2-4 : คำคุณศัพท์ในภาษาญี่ปุ่น (4)

การเปลี่ยนคำคุณศัพท์เป็นคำนาม

1. การเปลี่ยนคำคุณศัพท์ い เป็นคำนาม
ทำได้โดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
แล้วเติม み หรือ さ ต่อท้าย
โดยที่ み จะใช้ในเชิงอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง
ส่วน さ จะใช้ในเชิงการวัดระดับปริมาณ หรือคุณภาพ

ตัวอย่างการเปลี่ยนคำคุณศัพท์ い เป็นคำนาม
ดีใจ嬉しいความดีใจ嬉しみ
嬉しさ
เสียใจ悲しいความเสียใจ悲しみ
悲しさ
สนุก楽しいความสนุก楽しみ
楽しさ
เหงา寂しいความเหงา錆しみ
寂しさ
กว้าง広いความกว้าง広み
広さ
ยาว長いความยาว長み
長さ
สูง高いความสูง高み
高さ
ลึก深いความลึก深み
深さ

2. การเปลี่ยนคำคุณศัพท์ な เป็นคำนาม
โดยทั่วไปคำคุณศัพท์ な ใช้เป็นคำนามได้ด้วยอยู่แล้ว
แต่ในบางครั้งเราสามารถเติมคำปัจจุัยต่างๆ
เช่น み,さ,性(せい),化(か) ต่อท้าย
เพื่อเป็นการแสดงความหมายเป็นคำนามได้ด้วย
ซึ่งจะเอาไว้อธิบายเพิ่มเติมในส่วนของคำปัจจัย

การเปลี่ยนคำคุณศัพท์เป็นคำกริยา

1. การเปลี่ยนคำคุณศัพท์ い เป็นคำกริยา
สามารถทำได้หลายวิธี

คำคุณศัพท์ い ที่แสดงอารมณ์ความรู้สึก
สามารถเปลี่ยนเป็นคำกริยา
ได้โดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
แล้วเติม む ต่อท้าย
ซึ่งจะเป็นคำกริยาที่ใช้ได้กับตนเอง

ตัวอย่าง
สนุกสนาน楽しい楽しむ
เสียใจ悲しい悲しむ
เจ็บ,ปวด痛い痛む
ทรมาน苦しい苦しむ
เสียดาย惜しい惜しむ

ถ้าเป็นคำกริยาที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ
แต่เป็นมุมมองของตนเองที่เห็นว่า
คนอื่นเป็นผู้กระทำกริยานั้น
การเปลี่ยนคำคุณศัพท์ い เป็นคำกริยา
ทำได้โดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
แล้วเติม がる ต่อท้าย ซึ่งมีความหมายว่า
"เห็นว่าเป็นเช่นนั้น"

ตัวอย่าง
สนุกสนาน楽しい楽しがる
เสียใจ悲しい悲しがる
กลัว怖い怖がる
ต้องการ, อยากได้欲しい欲しがる

คำคุณศัพท์ い ที่แสดงปริมาณหรือคุณภาพ
สามารถเปลี่ยนเป็นคำกริยา
ได้โดยการตัด い ที่่อยู่ตัวท้ายสุดออก
แล้วเติม める หรือ まる ต่อท้าย
โดยที่ める จะเป็นสกรรมกริยา
หมายถึงการทำให้เกิดสภาพนั้นๆ
ส่วน まる จะเป็นอกรรมกริยา
หมายถึงการเกิดสภาพนั้นๆ

ตัวอย่าง
สูง高い高めるเพิ่ม,ยก(ระดับ),
ทำให้สูงขึ้น
สูง高い高まるสูงขึ้น,รุนแรงขึ้น,
เพิ่มมากขึ้น
กว้าง広い広めるแผ่,ทำให้รู้กันทั่ว
กว้าง広い広まるแผ่กว้าง
อ่อนแอ弱い弱めるลดระดับความรุนแรง,
หรี่(ไฟ),ทำให้อ่อนแอ,
ทำให้เจือจางลง
อ่อนแอ弱い弱まるอ่อนกำลังลง,สงบลง
เจ็บ,ปวด痛い痛めるทำให้เจ็บปวด


พยายามจำความหมายของตัวคันจิให้ได้ แล้วใช้เทคนิคการแปลงชนิดคำเหล่านี้ในการจำศัพท์จะทำให้เราสามารถจำคำศัพท์ได้เยอะขึ้นหลากหลายชนิดคำจากคำๆเดียว

ในบทความหน้าจะมาสอนเกี่ยวกับคำกริยานุเคราะห์ต่างๆ

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563

บทที่ 2-4 : คำคุณศัพท์ในภาษาญี่ปุ่น (3)

วิธีการใช้คำคุณศัพท์

1. ใช้เป็นภาคแสดงของประโยค
    วางอยู่หลังคำช่วยชี้ประธาน(が) หรือหัวเรื่อง (は)
    ซึ่งสามารถใช้คำคุณศัพท์ได้ทุกรูป

ตัวอย่าง 今日は暑い
               วันนี้ร้อน

               今日は寒くない
               วันนี้ไม่หนาว

                昨日は寒かった
                เมื่อวานหนาว

                昨日は暑くなかった
                เมื่อวานไม่ร้อน

                彼女は奇麗だ
                เธอสวย

                私は元気じゃない
                ฉันไม่สบาย

                彼は有名だった
                เขาเคยมีชื่อเสียง

2. ใช้ขยายหน้าคำนาม
   จะใช้แค่คำคุณศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในรูปสุภาพเท่านั้น  

    คำคุณศัพท์ い ทุกรูป
    สามารถวางหน้าคำนามได้เลย

ตัวอย่าง 大きい犬
               สุนัขตัวใหญ่

               可愛い猫
               แมวตัวที่น่ารัก

               高くない人
               คนที่ไม่สูง

    คำคุณศัพท์ な
    รูปทั่วไปจะต้องมีคำช่วย な คั่น
    (บางครั้งอาจใช้เป็น の)
    ส่วนรูปที่เหลือสามารถวางหน้าคำนามได้เลย  

ตัวอย่าง 好きな動物
               สัตว์ที่ชอบ

               有名な人
      คนที่มีชื่อเสียง

               病気だった人
               คนที่เคยป่วย       

               必要じゃない物
               ของที่ไม่จำเป็น

3. ใช้ขยายหน้าคำกริยา
    จะใช้รูปทั่วไปเท่านั้น

    คำคุณศัพท์ い
    จะต้องเปลี่ยน い ที่อยู่ตัวท้ายสุดให้เป็น く ก่อน
    แล้วจึงนำมาวางไว้ที่หน้าคำกริยา

ตัวอย่าง 子供が楽しく遊んでいる
                เด็กกำลังเล่นอย่างสนุกสนาน

                早く起きて
                ตื่นให้ไว

    คำคุณศัพท์ な
    จะต้องมีคำช่วย に คั่น

ตัวอย่าง 奇麗に歌った
               ร้องเพลงเพราะ

                一生懸命に頑張る
                จะพยายามอย่างเต็มที่

บทที่ 2-4 : คำคุณศัพท์ในภาษาญี่ปุ่น (2)

วิธีผันรูปคำคุณศัพท์ให้อยู่ในรูปต่างๆ

0. คำคุณศัพท์รูปทั่วไปที่ยังไม่ผัน
    
    คำคุณศัพท์ い
    ไม่จำเป็นต้องเติม だ ต่อท้ายเพื่อจบประโยค
    ในกรณีที่ผันเป็นรูปสุภาพให้เติม です ต่อท้าย

    คำคุณศัพท์ な
    ต้องเติม だ ต่อท้ายเพื่อจบประโยคเสมอ
    ในกรณีที่ผันเป็นรูปสุภาพให้เปลี่ยน だ เป็น です

1. การผันคำคุณศัพท์เป็นรูปปฏิเสธ

    คำคุณศัพท์ い
    ผันโดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
    แล้วเติม くない ต่อท้าย

ตัวอย่าง
暑いร้อน暑くないไม่ร้อน
寒いหนาว寒くないไม่หนาว
遠いไกล遠くないไม่ไกล
可愛いน่ารัก可愛くないไม่น่ารัก
หมายเหตุ สามารถผันเป็นรูปสุภาพได้โดยการเติม です ต่อท้าย

    คุณศัพท์ な
    ผันโดยการเปลี่ยน だ เป็น ではない (ภาษาเขียน)
    หรือ じゃない (ภาษาพูด)

ตัวอย่าง
元気だสบายดี元気じゃないไม่สบาย
奇麗だสวย奇麗じゃないไม่สวย
好きだชอบ好きじゃないไม่ชอบ
上手だเก่ง上手じゃないไม่เก่ง
หมายเหตุ สามารถผันเป็นรูปสุภาพได้โดยการเปลี่ยน ない เป็น ありません

2. การผันคำคุณศัพท์เป็นรูปอดีต

    คำคุณศัพท์ い
 ผันโดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
    แล้วเติม かった ต่อท้าย

ตัวอย่าง
楽しいสนุก楽しかったสนุก(อดีต)
寂しいเหงา寂しかったเหงา(อดีต)
痛いเจ็บปวด痛かったเจ็บปวด(อดีต)
苦しいทรมาน苦しかったทรมาน(อดีต)
หมายเหตุ สามารถผันเป็นรูปสุภาพได้โดยการเติม です ต่อท้าย

    คำคุณศัพท์ な
    ผันโดยการเปลี่ยน だ ที่ต่อท้ายเป็น だった

ตัวอย่าง
幸せだมีความสุข幸せだったมีความสุข(อดีต)
有名だมีชื่อเสียง有名だったมีชื่อเสียง(อดีต)
便利だสะดวกสบาย便利だったสะดวกสบาย(อดีต)
大変だยากลำบาก大変だったยากลำบาก(อดีต)
หมายเหตุ สามารถผันเป็นรูปสุภาพได้โดยการเปลี่ยน だった เป็น でした

3. การผันคำคุณศัพท์เป็นรูปอดีตปฏิเสธ

    คำคุณศัพท์ い
    ให้ผันต่อจากรูปปฏิเสธทั่วไป (くない)
    โดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
    แล้วเติม かった ตอท้าย

ตัวอย่าง
暑くないไม่ร้อน暑くなかったไม่ร้อน(อดีต)
寒くないไม่หนาว寒くなかったไม่หนาว(อดีต)
遠くないไม่ไกล遠くなかったไม่ไกล(อดีต)
可愛くないไม่น่ารัก可愛くなかったไม่น่ารัก(อดีต)
หมายเหตุ สามารถผันเป็นรูปสุภาพได้โดยการเติม です ต่อท้าย

    คำคุณศัพท์ な
    ให้ผันต่อจากรูปปฏิเสธทั่วไป (じゃない)
    โดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
    แล้วเติม かった ต่อท้าย

ตัวอย่าง

元気じゃないไม่สบาย元気じゃなかったไม่สบาย(อดีต)
奇麗じゃないไม่สวย奇麗じゃなかったไม่สวย(อดีต)
好きじゃないไม่ชอบ好きじゃなかったไม่ชอบ(อดีต)
上手じゃないไม่เก่ง上手じゃなかったไม่เก่ง(อดีต)
หมายเหตุ ในการผันเป็นรูปสุภาพให้เปลี่ยน なかった เป็น ありませんでした

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

บทที่ 2-4 : คำคุณศัพท์ในภาษาญี่ปุ่น (1)

คำคุณศัพท์ (形容詞・けいようし)
หมายถึง คำที่ใช้เพื่ออธิบายรายละเอียด หรือลักษณะต่างๆ ของคำนามเพิ่มเติม ซึ่งแบ่งออกเป็น

1. คำคุณศัพท์ い (イ形容詞)
    หมายถึง คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย い
    (คำที่มี い สะกดด้วยฮิารางานะ ไม่ใช่คันจิ) 
    ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นนั้นนับว่าเป็นคำคุณศัพท์แท้
    และ เมื่อใช้ขยายหน้าคำนามไม่ต้องมีคำช่วย

คำคุณศัพท์ い พื้นฐานที่ควรรู้ไว้
ดีใจうれしい嬉しい
เสียใจかなしい悲しい
สนุกสนานたのしい楽しい
เบื่อつまらない詰まらない
เหงาさびしい寂しい
น่าสนใจおもしろい面白い
หนวกหู,น่ารำคาญうるさい煩い
เสียดายおしい惜しい
เจ็บใจくやしい悔しい
เจ็บปวดいたい痛い
ทรมานくるしい苦しい
ร้อนあつい暑い
อบอุ่นあったかい暖かい
เย็นสบายすずしい涼しい
หนาวさむい寒い
อุ่น(เมื่อสัมผัส)ぬるい温い
เย็น(เม่ือสัมผัส)つめたい冷たい
ใหญ่おおきい大きい
เล็กちいさい小さい
สูง,แพง(ราคา)たかい高い
ถูก(ราคา)やすい安い
เตี้ย,ต่ำひくい低い
ยาวながい長い
สั้นみじかい短い
อ้วน,หนาふとい太い
ผอม,เพรียวほそい細い
ตื้นあさい浅い
ลึกふかい深い
หนาあつい厚い
บางうすい薄い
กว้างひろい広い
แคบせまい狭い
หนักおもい重い
เบาかるい軽い
เก่าふるい古い
ใหม่あたらしい新しい
ดีいい好い
ไม่ดีわるい悪い
แย่,เลวร้ายやばい
ใกล้ちかい近い
ไกลとおい遠い
ช้าおそい遅い
เร็วはやい速い
น้อยすくない少ない
มากおおい多い
ต้องการ,อยากได้ほしい欲しい
สีขาวしろい白い
สีดำくろい黒い
สีแดงあかい赤い
สีน้ำเงินあおい青い
สีเหลืองきいいろい黄色い
สีน้ำตาลちゃいろい茶色い
สว่าง,สดใสร่าเริงあかるい明るい
มิดมน,หม่นหมองくらい暗い
สะอาด,บริสุทธิ์きよい清い
สกปรกきたない汚い
เน่าเสีย,เหม็นくさい臭い
สวย,งดงามうつくしい美しい
น่ารักかわいい可愛い
น่ากลัวこわい怖い
น่ากลัวおそろしい恐ろしい
น่าขำ,ตลก,แปลกおかしい可笑しい
งี่เง่าばかばかしい馬鹿馬鹿しい
เสียงดัง,หนวกหู,
น่ารำคาญ
やかましい喧しい
น่าสมเพช,น่าเวทนาなさけない情けない
หวนหา,น่าคิดถึงなつかしい懐かしい
น่าอิจฉาうらやましい羨ましい
แปลก,ประหลาด,
หายาก,ไม่ค่อยได้เห็น
めずらしい珍しい
แข็งแรงつよい強い
อ่อนแอよわい弱い
แข็ง,หยาบ,สากかたい硬い
อ่อนนุ่มやわらかい柔らかい
หนุ่มสาวわかい若い
นุ่มนวล,ใจดี,
เป็นสุภาพบุรุษ
やさしい優しい
โหดร้าย,รุนแรงひどい酷い
รุนแรง,ดุเดือดはげしい激しい
อันตรายあぶない危ない
น่าสงสัย,ไม่น่าไว้ใจあやしい怪しい
น่าเชื่อถือ,พึ่งพาได้たのもしい頼もしい
สุดยอดすごい凄い
เก่ง,ยิ่งใหญ๋,
เป็นใหญ่เป็นโต
えらい偉い
ยอดเยี่ยม,วิเศษ,เจ๋งすばらしい素晴らしい
ฉลาดปราดเปรื่องかしこい賢い
ง่ายやさしい易しい
ยากむずかしい難しい
ละเอียดถี่ถ้วนくわしい詳しい
ดี,สะดวกよろしい宜しい
ยุ่ง,รีบเร่งいそがしい忙しい
อร่อยおいしい美味しい
อร่อยうまい旨い
ไม่อร่อย,ไม่ได้เรื่องまずい不味い
เปรี้ยวすっぱい酸っぱい
หวานあまい甘い
มัน,เลี่ยนあぶらっこい脂っこい
เผ็ดからい辛い
เค็มしおからい塩辛い

2. คำคุณศัพท์ な(ナ形容詞)
    หมายถึง คำคุณศัพท์ที่สามารถเป็นคำนามได้ด้วย
    และเมื่อนำมาขยายหน้าคำนามจะต้องมีคำช่วย な

คำคุณศัพท์ な พื้นฐานที่ควรรู้ไว้ 
สุขภาพ,มีสุขภาพดีけんこう健康
สบายดี,แข็งแรงげんき元気
ป่วยびょうきびょうき
มีความสุข,โชคดีしあわせ幸せ
เป็นทุกข์,เคราะห์ร้ายふこう不幸
สบายๆ,ผ่อนคลายらく楽
ยากลำบาก,หนักหนาสาหัสたいへん大変
สบายใจ,หายห่วงあんしん安心
เป็นห่วง,กังวลしんぱい心配
ผิดหวัง,น่าเสียดายざんねん残念
เสียใจกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วこうかい後悔
แข็งแรง,ทนทานじょうぶ丈夫
มั่นคง,มีเสถียรภาพあんてい安定
ปลอดภัยあんぜん安全
อันตรายきけん危険
สะดวกสบายべんり便利
ลำบากふべん不便
ว่างひま暇
อิสระじゆう自由
ง่ายかんたん簡単
ยาก,สลับซับซ้อนふくざつ複雑
เก่ง,ชำนาญじょうず上手
ไม่เก่ง,ไม่ชำนาญへた下手
โอเค,ไม่เป็นไรだいじょうぶ大丈夫
ห่วย,ใช้ไม่ได้,อย่าทำだめ
ดีแล้ว,พอแล้วけっこう結構
เป็นไปไม่ได้,ไร้เหตุผลむり無理
สวยงาม,สะอาด,ไพเราะきれい奇麗
หยาบคาย,เสียมารยาทしつれい失礼
ใจดีしんせつ親切
ชอบすき好き
ชอบมากだいすき大好き
ไม่ชอบ,เกลียดきらい嫌い
ไม่ชอบ,เกลียดいや嫌
สำคัญ(ต่อตนเอง)だいじ大事
สำคัญ(จำเป็น,มีคุณค่า)たいせつ大切
จำเป็นひつよう必要
เพียงพอ,เหลือเฟือじゅうぶん十分
หลากหลาย,มากมาย,
สารพัด
いろいろ色々
เหมาะสมてきとう適当
แปลกへん変
พิเศษとくべつ特別
จริงจัง,เอางานเอาการまじめ真面目
ตั้งใจ,ใส่ใจ,มุ่งมั่นねっしん熱心
พยายามอย่างเต็มที่いっしょうけんめい一生懸命
สง่างาม,น่านับถือ,
ใหญ่โต
りっぱりっぱ
ตรงไปข้างหน้าまっすぐ真っ直ぐ

เยอะหน่อยนะ แต่ถ้าจำได้หมดนี่มีประโยชน์ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นแน่นอน ในบทความหน้าเราจะมาสอนเกี่ยวกับวิธีการใช้คำคุณศัพท์ในรูปแบบต่างๆ