วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-3 : คำกริยาในภาษาญี่ปุ่น (6)

8. การผันคำกริยาเป็นรูปคำสั่ง

   คำกริยากลุมที่ 1
    ผันโดยการเปลี่ยนเสียงสระอุที่อยู่ตัวท้ายสุด
    ให้เป็นเสียงสระเอะ

ตัวอย่าง
พูดพูดมาซะ
ยินยืนขึ้นซะ
นั่งนั่งลงซะ
เขียนเขียนซะ
ว่ายน้ำว่ายน้ำซะ
ตายตายซะ
อ่านอ่านซะ

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการเปลี่ยน る ที่อยู่ตัวท้ายสุด
   ให้เป็น ろ

ตัวอย่าง
起きตื่น起きตื่นซะ
นอนนอนซะ
食べกิน食べกินซะ
ดูดูซะ
覚えจำ覚えจำไว้ซะ
忘れลืม忘れลืมไปซะ

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る (くる)
   เป็น 来い (こい)
   และเปลี่ยน する เป็น しろ

ตัวอย่าง
くるมาこいเข้ามาซะ
するทำしろทำซะ

9. การผันคำกริยาเป็นรูปเงื่อนไข
    (V-ば)

  คำกริยากลุ่มที่ 1
   ผันโดยการเปลี่ยนเสียงสระอุที่อยู่ตัวท้ายสุด
   ให้เป็นเสียงสระเอะ แล้วเติม ば ต่อท้าย

ตัวอย่าง
พูดえばถ้าพูด
ยืนてばถ้ายืน
นั่งればถ้านั่ง
เขียนけばถ้าเขียน
อ่านめばถ้าอ่าน

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการเปลี่ยน る ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
   ให้เป็น れ แล้วเติม ば ต่อท้าย

ตัวอย่าง
起きตื่น起きればถ้าตื่น
นอนればถ้านอน
食べกิน食べればถ้ากิน
ดูればถ้าดู

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る (くる)
   เป็น 来れば (くれば)
   และเปลี่ยน する เป็น すれば

ตัวอย่าง
くるมาくればถ้ามา
するทำすればถ้าทำ

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-3 : คำกริยาในภาษาญี่ปุ่น (5)

7. การผันคำกริยาเป็นรูปสามารถ

   คำกริยากลุ่มที่ 1
   ผันโดยการเปลี่ยนเสียงสระอุที่อยู่ตัวท้ายสุด
   ให้เป็นเสียงสระเอะ แล้วเติม る ต่อท้าย

ตัวอย่าง
พูดえるพูดได้
รอてるรอได้
ขายれるขายได้
เขียนけるเขียนได้
ว่ายน้ำげるว่ายน้ำได้
ตายねるตายได้
เที่ยวเล่นべるไปเที่ยวเล่นได้
อ่านめるอ่านได้
คุยせるคุยด้วยได้

หมายเหตุ คำกริยา 聞く ที่แปลว่า "ฟัง" รูปสามารถคือ 聞こえる แปลว่า "ได้ยิน"

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการตัด る ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
   แล้วเติม られる ต่อท้าย

ตัวอย่าง
起きตื่น起きられるตื่นได้
นอนられるนอนได้
感じรู้สึก感じられるรู้สึกได้
食べกิน食べられるกินได้
覚えจำ覚えられるจำได้

หมายเหตุ คำกริยา 見る ที่แปลว่า "ดู" รูปสามารถคือ 見える แปลว่า "มองเห็น"

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る (くる)
   เป็น 来られる (こられる)
   และเปลี่ยน する เป็น 出来る (できる)

ตัวอย่าง
くるมาこられるมาได้
するทำできるทำได้

คำกริยารูปสุภาพนั้นสามารถผันเป็นรูปปฏิเสธต่อได้โดยการใช้หลักการผันเดียวกันกับการผันคำกริยากลุ่มที่ 2 คือ ตัด る ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก แล้วเติม ない ต่อท้าย

ตัวอย่าง
書けเขียนได้書けないเขียนไม่ได้
読めอ่านได้読めないอ่านไม่ได้
言えพูดได้言えないพูดไม่ได้
食べられกินได้食べられないกินไม่ได้
寝られนอนได้寝られないนอนไม่ได้
こられมาได้こられないมาไม่ได้
できทำได้できないทำไม่ได้

นอกจากนี้ คำกริยารูปสามารถยังสามารถผันต่อเป็นรูปสุภาพรวมไปถึงรูปปฏิเสธสุภาพได้โดยการใช้หลักการผันเดียวกันกับคำกริยากลุ่มที่ 2 คือ ตัด る ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก แล้วเติม ます หรือ ません ในกรณีที่เป็นการปฏิเสธต่อท้าย

ตัวอย่าง
เขียนได้書け書けます
อ่านได้読め読めます
พูดได้言え言えます
กินได้食べられ食べられます
นอนได้寝られ寝られます
มาได้こられこられます
ทำได้できできます

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-3 : คำกริยาในภาษาญี่ปุ่น (4)

6. การผันคำกริยาเป็นรูปตั้งใจ
    (V-よう)

   คำกริยากลุ่มที่ 1
   ผันโดยการเปลี่ยนเสียงสระอุที่อยู่ตัวท้ายสุด
   ให้เป็นเสียงสระโอะ แล้วเติม ต่อท้าย

ตัวอย่าง
พูดおうตั้งใจจะพูด
มาพูดกันเถอะ
ทำろうตั้งใจจะทำ
มาทำกันเถอะ
เขียนこうตั้งใจจะเขียน
มาเขียนกันเถอะ
อ่านもうตั้งใจจะอ่าน
มาอ่านกันเถอะ
เทียวเล่นぼうตั้งใจจะเที่ยวเล่น
มาเล่นกันเถอะ
คุยそうตั้งใจจะคุย
มาคุยกันเถอะ

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการตัด る ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
   แล้วเติม よう ต่อท้าย

ตัวอย่าง
起きตื่น起きようตั้งใจจะตื่น
มาตื่นกันเถอะ
นอนようตั้งใจจะนอน
มานอนกันเถอะ
食べกิน食べようตั้งใจจะกิน
มากินกันเถอะ
忘れลืม忘れようตั้งใจจะลืม
มาลืมกันกันเถอะ

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る (くる)
   เป็น 来よう (こよう)
   และเปลี่ยน する เป็น しよう

ตัวอย่าง
くるมาこようตั้งใจจะมา
มาด้วยกันเถอะ
するทำしようตั้งใจจะทำ
มาทำกันเถอะ

หมายเหตุ คำกริยารูปตั้งใจ หรือ V-よう ถ้าใช้เพียงลำพังเฉยๆ จะเป็นการนึกถึงความตั้งใจของตนเองคนเดียวว่าตั้งใจจะทำอะไร ไม่ได้เป็นการสื่อสารเพื่อบอกกล่าวหรือแจ้งให้ผู้ฟังทราบ แต่เมื่อใช้พูดกับผู้อื่นจะเป็นการชักชวนให้มาทำอะไรร่วมกันแบบเป็นกันเอง

นอกจากคำกริยารูปตั้งใจปกติทั่วไปแล้วนั้น ยังมีคำกริยารูปตั้งใจที่ผันต่อมาจากรูปสุภาพ หรือ V-ます โดยการเปลี่ยน ます เป็น ましょう ซึ่งจะใช้ในความหมายที่เป็นการชักชวนอีกฝ่ายอย่างสุภาพให้มาทำอะไรร่วมกันเท่านั้น จะไม่ใช้ในความหมายที่เป็นการนึกถึงความตั้งใจของตนเองแต่อย่างใด

ตัวอย่าง
เขียน書きます書きましょうมาเขียนกันเถอะ
อ่าน読みます読みましょうมาอ่านกันเถอะ
ทำやりますやりましょうมาทำกันเถอะ
กิน食べます食べましょうมากินกันเถอะ
ดื่ม飲みます飲みましょうมาดื่มกันเถอะ
เล่น遊びます遊びましょうมาเล่นกันเถอะ
ไป行きます行きましょうไปกันเถอะ
กลับ帰ります帰りましょうกลับกันเถอะ

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-3 : คำกริยาในภาษาญี่ปุ่น (3)

3. การผันคำกริยาเป็นรูปอดีตทั่วไป
    (V-た)

   คำกริยากลุ่มที่ 1
   แยกวิธีการผันออกเป็น 5 กลุ่มย่อย 
    โดยให้สังเกตดูที่เสียงตัวท้ายสุด
 แล้วผันเปลี่ยนเสียงตัวอักษร ดังนี้
  • ถ้าเป็น , , ให้เปลี่ยนเป็น った
  • ถ้าเป็น ให้เปลี่ยนเป็น いた
  • ถ้าเป็น ให้เปลี่ยนเป็น いだ
  • ถ้าเป็น ぬ, ぶ, む ให้เปลี่ยนเป็น んだ
  • ถ้าเป็น ให้เปลี่ยนเป็น した
ตัวอย่าง
พูดったพูดแล้ว
ยืนったยืนแล้ว
分かเข้าใจ分かったเข้าใจแล้ว
เขียนいたเขียนแล้ว
ว่ายน้ำいだว่ายน้ำแล้ว
ตายんだตายแล้ว
เที่ยวเล่นんだเที่ยวเล่นมาแล้ว
อ่านんだอ่านแล้ว
คุยしたคุยแล้ว

หมายเหตุ คำกริยา 行く ที่แปลว่า "ไป"  ในรูปอดีตนั้นจะผันเป็น 行った แปลว่า "ไปแล้ว"

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการตัด る ที่อยู่่ตัวท้ายสุดออก
   แล้วเติม た ต่อท้าย

ตัวอย่าง
起きตื่น起きตื่นแล้ว
มี,อยู่เคยมี,เคยอยู่
感じรู้สึก感じรู้สึกแล้ว
นอนนอนแล้ว
食べกิน食べกินแล้ว
見えเห็น見えเห็นแล้ว

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る (くる)
   เป็น 来た (きた)
   และเปลี่ยน する เป็น した


ตัวอย่าง
くるมาきたมาแล้ว
するทำしたทำแล้ว

4. การผันคำกริยาเป็นรูปอดีตปฏิเสธทั่วไป
    (V-なかった)

ให้ผันจาก V-ない โดยการตัด い ที่อยู่ตัวท้ายสุด
แล้วเติม かった ต่อท้าย

ตัวอย่าง
書かないไม่เขียน書かなかったไม่ได้เขียน
読まないไม่อ่าน読まなかったไม่ได้อ่าน
起きないไม่ตื่น起きなかったไม่ได้ตื่น
寝ないไม่นอน寝なかったไม่ได้นอน
こないไม่มาこなかったไม่ได้มา
しないไม่ทำしなかったไม่ได้ทำ

5. วิธีการผันคำกริยาเป็นรูป て
    (V-て)

ให้ผันจาก V-た โดยเปลี่ยน た เป็น て
ซึ่งใช้ในการบอกให้ทำแบบเป็นกันเอง
ในกรณีที่อยู่ท้ายสุดของประโยค
และใช้ในการเชื่อมคำกริยานี้กับคำอื่นๆ
ที่ตามมาในรูปไวยากรณ์ต่างๆ

ตัวอย่าง
書いたเขียนแล้ว書いてเขียนสิ
読んだอ่านแล้ว読んでอ่านสิ
起きたตื่นแล้ว起きてตื่นสิ
寝たนอนแล้ว寝てนอนสิ
きたมาแล้วきてมาสิ
したทำแล้วしてทำสิ

สำหรับบทความนี้ขอพักไว้เพียงแค่นี้ก่อน ไว้จะมาสอนวิธีการผันคำกริยาในรูปแบบอื่นๆ ต่อเนื่องในบทความหน้านะ

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-3 : คำกริยาในภาษาญี่ปุ่น (2)

เทคนิคการจำคู่อกรรมกริยากับสกรรมกริยา

1. อกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอะ + る
    จะมีคู่่สกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระเอะ + る

    เช่น 下がる (さがる) ลงมาที่ต่ำ
           下げる (さげる) วางลง,ทำให้ลดต่ำลง
           上がる (あがる) ขึ้นไปที่สูง
           上げる (あげる) ยกขึ้น,ทำให้สูงขึ้น

2. อกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง いる
    จะมีคู่สกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง おす

 เช่น 起きる (おきる) ตื่นขึ้นมาเอง
           起こす (おこす) ทำให้ตื่น,ปลุก
           降りる (おりる) ลงจากรถเอง
           降ろす (おろす) ให้ลงรถ,ยกลง

3. อกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง れる
 จะมีคู่สกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง

 เช่น 壊れる (こわれる) เสียหาย,แตก,พัง
           壊す (こわす) ทำพัง,ทำลาย
           隠れる (かくれる) ซ่อนตัวเอง
           隠す (かくす) เอาบางอย่างไปซ่อน

4, อกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง る
 จะมีคู่สกรรมกริยาที่ลงท้านด้วยเสียง す

 เช่น 帰る (かえる) กลับบ้านด้วยตัวเอง
           帰す (かえす) ปล่อยคนอื่นกลับบ้าน
           直る (なおる) ถูกซ่อม,กลับมาใช้ได้
           直す (なおす) ซ่อมให้กลับใช้ได้

5. อกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอุ
    จะมีคู่สกรรมกริยาลงท้ายด้วยเสียงเอะ + る

 เช่น 進む (すすむ) คืบหน้า(ด้วยตัวเอง)
           進める (すすめる) ทำให้คืบหน้า
           点く (つく) ไฟเปิดขึ้นเอง
           点ける (つける) กดเปิดไฟ

6. อกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอุ
    จะมีคู่สกรรมกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอะ + す

 เช่น 減る (へる) ลดจำนวนลงเอง
           減らす (へらす) ทำให้ลดจำนวนลง
           動く (うごく) ขยับตัวเอง
           動かす (うごかす) ขยับบางอย่าง

จะเห็นได้ว่าอกรรมกริยานั้นเป็นสภาพการกระทำที่เกิดขึ้นกับตัวของประธานเองเลยไม่จำเป็นต้องมีกรรมมารองรับ ส่วนสกรรมกริยานั้นจะเป็นการที่ประธานกระทำต่อบางสิ่งจึงจำเป็นต้องมีกรรมมารองรับ

วิธีผันคำกริยาให้อยู่ในรูปต่างๆ

1. การผันคำกริยาเป็นรูปปฏิเสธทั่วไป 
    (V-ない)

   คำกริยากลุ่มที่ 1 
   ผันโดยการเปลี่ยนเสียงสระอุที่อยู่ตัวท้ายสุด
   ให้เป็นเสียงสระอะ ยกเว้น う จะเปลี่ยนเป็น  
   จากนั้นให้เติม ない ต่อท้าย

ตัวอย่าง
พูดわないไม่พูด
ยืนたないไม่ยืน
分かเข้าใจ分からないไม่เข้่าใจ
เขียนかないไม่เขียน
ว่ายน้ำがないไม่ว่ายน้ำ
ตายなないไม่ตาย
เที่ยวเล่นばないไม่เที่ยวเล่น
อ่านまないไม่อ่าน
คุยさないไม่คุย

 หมายเหตุ คำกริยา ある ที่แปลว่า "มี(ใช้กับสิ่งของ)" จะผันเป็น ない แปลว่า "ไม่มี"

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการตัด ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
   แล้วเติม ない ต่อท้าย

ตัวอย่าง
起きตื่น起きないไม่ตื่น
มี,อยู่ないไม่มี,ไม่อยู่
感じรู้สึก感じないไม่รู้สึก
นอนないไม่นอน
食べกิน食べないไม่กิน
見えเห็น見えないไม่เห็น

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る(くる)
   เป็น 来ない (こない)
   และเปลี่ยน する เป็น しない

ตัวอย่าง
くるมาこないไม่มา
するทำしないไม่ทำ

2. การผันคำกริยาเป็นรูปสุภาพ 
    (V-ます)
     
   คำกริยากลุ่มที่ 1
   ผันโดยการเปลี่ยนเสียงสระอุที่อยู่ตัวท้ายสุด
   เป็นเสียงสระอิ จากนั้นให้เติม ます ต่อท้าย

ตัวอย่าง
พูดいます
ยืนちます
เข้าใจ分か分かります
เขียนきます
ว่ายน้ำぎます
ตายにます
เที่ยวเล่นびます
อ่านみます
คุยします

   คำกริยากลุ่มที่ 2
   ผันโดยการตัด る ที่อยู่ตัวท้ายสุดออก
   แล้วเติม ます

ตัวอย่าง
ตื่น起き起きます
มี,อยู่ます
รู้สึก感じ感じます
นอนます
กิน食べ食べます
เห็น見え見えます

   คำกริยากลุ่มที่ 3
   ผันโดยการเปลี่ยน 来る (くる)
   เป็น 来ます (きます)
   และเปลี่ยน する เป็น します

ตัวอย่าง
มาくる来ます
ทำするします

V-ます นั้นสามารถผันต่อได้อีก ดังนี้

- ผันเป็นรูปอดีตสุภาพโดยการเปลี่ยน ます
   เป็น ました

ตัวอย่าง
書きますเขียน書きましたเขียนแล้ว
読みますอ่าน読みましたอ่านแล้ว
起きますตื่น起きましたตื่นแล้ว
ますนอนましたนอนแล้ว
ますมาましたมาแล้ว
ますทำますทำแล้ว

- ผันเป็นรูปปฏิเสธสุภาพโดยการเปลี่ยน ます 
   เป็น ません

ตัวอย่าง
書きますเขียน書きませんไม่เขียน
読みますอ่าน書きませんไม่อ่าน
起きますตื่น起きませんไม่ตื่น
ますนอนませんไม่นอน
ますมาませんไม่มา
ますทำませんไม่ทำ

- ผันเป็นรูปอดีตปฏิเสธสุภาพโดยการเปลี่ยน ます 
   เป็น ませんでした

ตัวอย่าง
書きますเขียน書きませんでしたไม่ได้เขียน
読みますอ่าน読みませんでしたไม่ได้อ่าน
起きますตื่น起きませんでしたไม่ได้ตื่น
ますนอน寝ませんでしたไม่ได้นอน
ますมาきませんでしたไม่ได้มา
ますทำしませんでしたไม่ได้ทำ

ยังมีรูปแบบการผันอื่นๆ อีกมากมาย เอาไว้จะมาให้ความรู้ต่อเนื่องในบทความต่อๆ ไป

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-3 : คำกริยาในภาษาญี่ปุ่น (1)

คำกริยา (動詞・どうし)
หมายถึง คำที่ทำหน้าที่แสดงการกระทำ หรือสภาพ หรืออาการของประธานในประโยค ซึ่งแบ่งออกเป็น

1. อกรรมกริยา (自動詞・じどうし)
    หมายถึง คำกริยาที่ไม่จำเป็นต้องมีกรรมมารองรับ

2. สกรรมกริยา (他動詞・たどうし)
    หมายถึง คำกริยาที่จำเป็นจะต้องมีกรรมมารองรับ

คำกริยาพื้นฐานที่ควรรู้ไว้
นอน2ねる寝る
ตื่น2おきる起きる
ยืน1たつ立つ
นั่ง1すわる座る
ดู2みる見る
ฟัง1きく聞く
พูด1いう言う
อ่าน1よむ読む
เขียน1かく書く
สอน2おしえる教える
เรียน1ならう習う
เข้าใจ1わかる分かる
รู้1しる知る
ทำ1やる
ทำ1する
จำ2おぼえる覚える
ลืม2わすれる忘れる
รอ1まつ待つ
ดื่ม1のむ飲む
กิน2たべる食べる
เล่น,เที่ยว1あそぶ遊ぶ
เดิน1あるく歩く
วิ่ง1はしる走る
ว่ายน้ำ1およぐ泳ぐ
ไป1いく行く
มา3くる来る
กลับ1かえる帰る
รับ1もらう貰う
ให้2あげる挙げる
ใช้1つかう使う
ถือ1もつ持つ
ซื้อ1かう買う
ขาย1うる売る
จ่าย1はらう払う
ยืม2かりる借りる
มี(สิ่งของ)1ある
คืน1かえす返す
ทำหาย1なくす無くす
พักค้างคืน1とまる泊まる
อยู่อาศัย1すむ住む
เข้า1はいる入る
ออก2でる出る
มี,อยู่(คน,สัตว์)2いる
กลายเป็น1なる
มองเห็น2みえる見える
ได้ยิน2きこえる聞こえる
จด,คัดลอก1かきとる書き取る
ฟังจับใจความ1ききとる聞き取る
ถาม1きく聞く
ตอบ2こたえる答える
บอก2つたえる伝える
คุย1はなす話す
นำ,พา2つれる連れる
รับ(คน)2むかえる迎える
ส่ง(คน)1みおくる見送る
ลง(รถ)2おりる降りる
ขึ้น(รถ),
ลง(เรือ),
ขี่
1のる乗る
ถึง(ที่หมาย)1つく着く
เปลี่ยนสาย,
ต่อรถ
2のりかえる乗り換える
วกกลับ1もどる戻る
มุ่งสู่.
หันเข้าหา
1むかう向かう
หยุด,จอด(รถ)1とまる止まる
ลอด,ผ่าน1とおる通る
ข้าม1わたる渡る
เลี้ยว,
โค้ง,งอ
1まがる曲がる
เรียก1よぶ呼ぶ
หา1さがす探す
มาพบ1あう会う
หลบเลี่ยง2よける避ける
เลี้ยง(สัตว์)1かう飼う
ตกปลา1つる釣る
ปลูก(พืช)2うえる植える
ทำให้คืบหน้า2すすめる進める
มาสาย1おくれる遅れる
หายลับ
(ไฟ)ดับไป
2きえる消える
ขอร้อง,ไหว้วาน1たのむ頼む
พึ่งพา1たよる頼る
ลงมา(ที่ต่ำ)1さがる下がる
ขึ้นไป(ที่สูง)1あがる上がる
ยกขึ้น,
ทำให้สูงขึ้น
2あげる上げる
เอาลง,
ทำให้ต่ำลง
2さげる下げる
วาง1おく置く
ตัดสินใจ2きめる決める
ต้องการ1いる要る
เลือก,1えらぶ選ぶ
หยิบจับ,รับมา,
เอา,ครอบครอง
1とる取る
เล่นดนตรี1ひく弾く
ร้องเพลง1うたう歌う>/td>
เต้นรำ1おどる踊る
พักผ่อน1やすむ休む
ทำงาน1はたらく働く
พยายาม1がんばる頑張る
ตั้งใจ1こことざす志す
ใช้ความคิด,
ทบทวน,ตัดสินใจ
1かんがえる考える
พิจารณา1みなす見なす
รู้สึก2かんじる感じる
นึก,คิด1おもう思う
ตาย1しぬ死ぬ

จากในตารางข้างต้น จะเห็นว่ามีตัวเลข 1,2,3 กำกับอยู่ด้วย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ใช้จำแนกคำกริยาในภาษาญี่ปุ่นโดยแบ่งตามลักษณะการผันออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้

1. คำกริยากลุ่มที่ 1
คือ คำกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอุของทุกวรรค
ยกเว้น คำที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอิ หรือเอะ + る
เช่น 立つ,座る,聞く,言う,読む,書く
ซึ่งสามารถผันตัวอักษรที่ลงท้ายได้ทุกเสียง
ทั้งสระอะ,อิ,อุ,เอะ,โอะ

2. คำกริยากลุ่มที่ 2
คือ คำกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงสระอิ หรือเอะ + る
ยกเว้น บางคำที่จัดอยู่ในคำกริยากลุ่มที่ 1
เช่น 寝る,起きる,見る,教える,覚える,忘れる
ซึ่งสามารถผันตัวอักษรที่ลงท้ายได้แค่เสียงเดียว

3. คำกริยากลุ่มที่ 3
คือ คำกริยากลุ่มพิเศษ ได้แก่ 来る กับ する
รวมไปถึงคำที่ลงท้ายด้วย 来る และ する ด้วย
ซึ่งมีวิธีการผันโดยการเปลี่ยนรูป

ในบทความต่อไปเราจะมาสอนเกี่ยวกับเทคนิควิธีการจำคู่อกรรมกริยากับสกรรมกริยา และการผันคำกริยาให้อยู่ในรูปต่างๆ อย่างละเอียด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บทที่ 2-2 : คำขยายหน้าคำนาม

คำขยายหน้าคำนาม (連体詞・れんたいし)
หมายถึง คำที่ไม่มีการผันรูป และทำหน้าที่ขยายหน้าคำนามเพียงเท่านั้น โดยไม่ต้องใช้คำช่วยเชื่อม

คำขยายหน้าคำนามพื้นฐานที่ควรรู้ไว้
この...นี้
その...นั้น
あの...โน้น
どの...ไหน
こういう...เช่นนี้, ...แบบนี้,
...อย่างนี้
そういう...เช่นนั้น, ...แบบนั้น,
...อย่างนั้น
ああいう...เช่นโน้น, ...แบบโน้น,
...อย่างโน้น
どういう...เช่นไร, ...อย่างไร
例のれいの...ตัวอย่าง
本物のほんもの...ตัวจริง, ...ที่แท้จริง
同じおなじ...เดียวกัน
別のべつの...อื่น
全てのすべての...ทั้งหมด
我がわが...ของข้า, ...ของเรา
我等がわれらが...ของพวกเรา
ある...หนึ่ง
あらゆる...ทั้งหมด, ทุก...
いわゆるเรียกได้ว่า...
いかなる...แบบไหน
大きなおおきな...ที่มีขนาดใหญ่
小さなちいさな...ที่มีขนาดเล็ก
いろんな...ต่างๆ, ...หลากหลาย
大したたいした...สำคัญ, ...ใหญ่โต
たったเพียงแค่...

วิธีการใช้คำเหล่านี้สามารถทำได้ง่ายๆ 
โดยการนำมาวางข้างหน้าคำนามได้เลย 

ตัวอย่าง

このディオだ! 
หมายความว่า "ดิโอผู้นี้ ยังไงล่ะ!"
หมายเหตุ
- ディオ เป็นวิสามัญนามชื่อบุุคคล (ดิโอ)
- ใช้แสดงความคิดตัดสินของผู้พูดว่าเป็นเช่นนั้น

どういう意味!? 
หมายความว่า "หมายความว่ายังไง!?"
หมายเหตุ
- 意味 (いみ)  แปลว่า "ความหมาย"

真実たった一つ!! 
หมายความว่า "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว!!”
หมายเหตุ
- 真実 (しんじつ) เป็นคำนามแปลว่า "ความจริง"
- เป็นคำช่วยชี้หัวเรื่อง